เจาะลึกเรื่อง รีเทนเนอร์ มีกี่แบบ ราคาเท่าไหร่ แบบไหนดีที่สุด? (ฉบับอัปเดต โดยทันตแพทย์เฉพาะทาง)
เรียบเรียงโดย ทพ.ปิติภัทร ทั้งสุข
ปริญญาโท ทันตกรรมจัดฟัน มหาวิทยาลัยมหิดล

หลังจาก "จัดฟัน" จนฟันเรียงสวยเข้าที่แล้ว ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดที่จะรักษาให้ฟันสวยอยู่กับเราไปตลอดคือการใส่ "รีเทนเนอร์" (Retainer) หรือเครื่องมือคงสภาพฟันครับ หลายคนอาจมีคำถามว่า รีเทนเนอร์มีกี่แบบ?, รีเทนเนอร์ราคาเท่าไหร่?, หรือควรเลือก รีเทนเนอร์แบบไหนดี?
วันนี้คุณหมอจะมาไขข้อข้องใจ ทั้งเรื่องประเภทของรีเทนเนอร์ พร้อมอัปเดตราคาและโปรโมชันที่ CDC Dental สาขา สะพานควาย และ ลาดพร้าว 109 รวมถึงบริการ รีเทนเนอร์ด่วน ที่รอรับได้เลยครับ




คู่มือการใช้รีเทนเนอร์ (สารบัญ)
รีเทนเนอร์คืออะไร ทำไมต้องใส่?
รีเทนเนอร์ (Retainer) คือเครื่องมือที่ใช้ใส่เพื่อควบคุมตำแหน่งของฟันหลังจากถอดเครื่องมือจัดฟันออกแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อนตัวกลับไปสู่ตำแหน่งเดิม (Relapse) หรือที่เรียกกันว่า "ฟันล้ม" สาเหตุที่เราต้องใส่รีเทนเนอร์อย่างเคร่งครัด มีดังนี้ครับ:
- กระดูกและเหงือกยังไม่เซ็ตตัว: หลังถอดเครื่องมือจัดฟัน กระดูกรอบรากฟันต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการสร้างรอบๆ ฟันในตำแหน่งใหม่
- แรงจากกล้ามเนื้อ: การกลืน การพูด หรือแรงจากลิ้นและริมฝีปาก อาจดันให้ฟันเคลื่อนที่ได้
- ธรรมชาติของฟัน: ฟันคนเรามีการเคลื่อนตัวตลอดเวลาตามอายุ โดยเฉพาะขากรรไกรล่างที่อาจแคบลงทำให้ฟันซ้อนเกได้
เปรียบเทียบรีเทนเนอร์ (แบบไหนดีที่สุด?)
การเลือกรีเทนเนอร์ไม่มีแบบไหนที่ "ดีที่สุดสำหรับทุกคน" ครับ แต่จะมีแบบที่ "เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราที่สุด" เพราะแต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต่างกัน ดังนี้ครับ:
1. แบบลวด (Wire Retainer)
ตัวคลาสสิกที่ทันตแพทย์แนะนำ เน้นการใช้งานระยะยาว ฐานทำจากอะคริลิกพอดีกับเพดานปาก มีลวดโอบรอบฟัน
- จุดเด่น: แข็งแรงทนทานที่สุด อายุการใช้งานยาวนาน หากใส่ไปนานๆ แล้วรู้สึกหลวม ทันตแพทย์สามารถปรับดัดลวดให้แน่นขึ้นได้
- ข้อควรระวัง: เวลายิ้มหรือพูดจะเห็นเส้นลวดชัดเจน และอาจมีน้ำลายสอหรือพูดไม่ชัดในช่วงแรก
- เหมาะกับใคร: คนที่เน้นความคุ้มค่า ทนทาน ไม่ซีเรียสเรื่องการมองเห็นลวด

2. แบบใส ชนิดพิมพ์ฟัน (Clear Retainer - Traditional)
ทางเลือกยอดฮิต ผลิตจากแผ่นพลาสติกใสครอบลงไปบนตัวฟันพอดี โดยใช้การพิมพ์ปากด้วยวัสดุพิมพ์ฟัน (อัลจิเนต)
- จุดเด่น: สวยงาม ยิ้มมั่นใจ ถ่ายรูปไม่เห็นเครื่องมือ และราคาจับต้องได้ง่าย
- ข้อควรระวัง: ขั้นตอนการพิมพ์ปากอาจทำให้รู้สึกอึดอัด ความทนทานน้อยกว่าแบบลวด หากแตกหรือหายต้องมาพิมพ์ปากทำใหม่ทั้งหมด ปรับแก้ไม่ได้
- เหมาะกับใคร: คนที่ต้องการความสวยงาม เนียนไปกับฟัน ในราคาที่ไม่สูง

แบบใส ชนิดสแกนฟัน (Clear Retainer - Digital Scan)
การยกระดับรีเทนเนอร์ใสให้พรีเมียมและแม่นยำขึ้นด้วยเทคโนโลยีสแกนฟัน 3 มิติ (เช่น Vivera, Spark)
- จุดเด่น: ไม่ต้องพิมพ์ปากให้ทรมาน ขอบรีเทนเนอร์ถูกตัดแต่งด้วยเลเซอร์ให้แนบสนิทกับเหงือกทำให้ใส่สบาย วัสดุมักมีความยืดหยุ่นและทนทานกว่าแบบพิมพ์ฟันปกติ หากทำหายสามารถสั่งผลิตใหม่จากไฟล์เดิมได้เลย (กรณีที่ฟันไม่เคลื่อนมาก)
- ข้อควรระวัง: ราคาสูงที่สุดในบรรดารีเทนเนอร์ถอดได้ และมักใช้เวลาผลิตนานกว่า (ต้องส่งแล็บเฉพาะทาง)
- เหมาะกับใคร: คนที่ต้องการความสวยงาม ใส่สบายที่สุด เจ็บตัวน้อย และมีงบประมาณ
3. แบบติดแน่น (Fixed Retainer)
ลักษณะเป็นลวดเส้นเล็กๆ ยึดติดด้วยวัสดุอุดฟันซ่อนอยู่ด้านหลังฟันหน้า (มักติดที่ฟันหน้าล่าง)
- จุดเด่น: ไม่ต้องคอยถอดเข้า-ออก ป้องกันฟันหน้าล้มได้อย่างเด็ดขาด มองไม่เห็นจากด้านหน้า
- ข้อควรระวัง: ทำความสะอาดยากมาก ต้องใช้ไหมขัดฟันแบบพิเศษ หากแปรงไม่ดีหินปูนจะเกาะง่าย และถ้ากาวหลุดหรือลวดหักคนไข้มักไม่รู้ตัว ทำให้ฟันเคลื่อนได้
- เหมาะกับใคร: คนขี้ลืมมากๆ กลัวไม่ค่อยได้ใส่รีเทนเนอร์ (มักแนะนำให้ใส่คู่กับแบบใสครอบทับอีกชั้นเวลานอน)

อัปเดตราคา โปรโมชัน และระยะเวลาผลิต (CDC Dental)
ที่ CDC Dental เรามีรีเทนเนอร์ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกความต้องการและงบประมาณ พร้อมบริการเร่งด่วนสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลารอนานครับ
1. รีเทนเนอร์ชนิดพิมพ์ปาก (แบบลวด และ แบบใส)
| ประเภท |
ชนิด / รุ่น |
ราคา (ต่อชิ้น) |
ระยะเวลาผลิต |
บริการเร่งด่วน |
| แบบลวด |
มาตรฐาน (เลือกลายพิเศษ +500 บาท) |
2,000 บาท |
7 วัน |
รับภายใน 3 วัน (+500 บาท) |
| แบบใส |
Basic (รุ่นมาตรฐาน) |
2,000 บาท |
3 วัน |
รับภายในวันเดียว (+500 บาท)* |
| Comfort (ด้านในเป็นยางนุ่ม สวมสบาย) |
2,500 บาท |
3 วัน |
รับภายในวันเดียว (+500 บาท)* |
| Unbreak (แข็งแรงกว่าแบบใสทั่วไป) |
2,500 บาท |
3 วัน |
รับภายในวันเดียว (+500 บาท)* |
*หมายเหตุ บริการรีเทนเนอร์ด่วน 1 วัน: ให้บริการเฉพาะสาขาสะพานควาย และต้องเข้ารับการพิมพ์ปากก่อนเวลา 15:00 น.
2. รีเทนเนอร์แบบใส ชนิดสแกนฟัน (Digital Scan)
ลดความอึดอัดจากการพิมพ์ปาก มีความแม่นยำสูง ไฟล์สแกนจะถูกเก็บไว้ในระบบ ใช้เวลาผลิตประมาณ 3-4 สัปดาห์
| แบรนด์ |
ราคา 1 คู่ |
โปรโมชัน 3 คู่ |
โปรโมชัน 5 คู่ |
| Vivera (โดย Invisalign) |
9,900 บาท |
18,900 บาท |
- |
| SPARK Retainer |
5,900 บาท |
14,900 บาท |
19,900 บาท |

3. เครื่องมืออื่นๆ (ติดแน่น / เติมฟันปลอม)
- รีเทนเนอร์แบบติดแน่น: ชิ้นละ 4,500 บาท (ดำเนินการโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง)
- รีเทนเนอร์แบบเติมฟัน (ฟันปลอม): เพิ่มซี่ละ 500 บาท จากค่ารีเทนเนอร์ปกติ เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งถอนฟันหรือรอทำรากฟันเทียม ถอดออกได้และทำความสะอาดง่าย
วิธีการดูแลทำความสะอาดรีเทนเนอร์
- การทำความสะอาด: แปรงด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มและน้ำสบู่ หรือยาสีฟันที่ไม่มีผงขัดหยาบทุกวัน หากมีคราบหินปูนเกาะ แนะนำให้ใช้เม็ดฟู่ทำความสะอาดรีเทนเนอร์
- ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามแช่ในน้ำร้อนหรือน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้วัสดุเสื่อมสภาพและเปลี่ยนรูปทรง รวมถึงห้ามห่อทิชชู่ทิ้งไว้เพราะมักจะเผลอทิ้งหรือทำหายได้ง่าย
- การเก็บรักษา: เมื่อไม่ได้ใส่ (เช่น ช่วงทานอาหาร) ให้เก็บไว้ในกล่องรีเทนเนอร์เสมอ หากเป็นช่วงกลางวันที่ถอดไว้นาน ควรแช่น้ำเปล่าอุณหภูมิห้องไว้ไม่ให้พลาสติกแห้งกรอบ
- การซ่อมแซม: หากรีเทนเนอร์หาย หลวม หรือแตกหัก ควรรีบนัดพบทันตแพทย์เพื่อทำใหม่ทันที ก่อนที่ฟันจะล้ม
ต้องใส่รีเทนเนอร์นานกี่ปี?
- ช่วง 1 ปีแรก (Full-Time Wear): ควรใส่รีเทนเนอร์ "ตลอดเวลา" ยกเว้นเฉพาะเวลาทานอาหารและแปรงฟันเท่านั้น เพื่อให้เนื้อเยื่อรอบรากฟันเซ็ตตัวสมบูรณ์ในตำแหน่งใหม่
- ระยะยาว (Part-Time Wear): หลังจาก 1 ปีไปแล้ว ทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ลดเวลาใส่ลง เหลือเฉพาะ "เวลานอน" อย่างไรก็ตาม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและป้องกันฟันเคลื่อนในระยะยาว แนะนำให้ใส่ตอนนอนไปตลอดชีวิตครับ
บทความโดย
ทพ.ปิติภัทร ทั้งสุข (หมอแจม)
เฉพาะทางทันตกรรมจัดฟัน