"จัดฟันเด็ก" เริ่มเมื่อไหร่? ราคาเท่าไหร่? (ฉบับเจาะลึกโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง)

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจสงสัยว่า จัดฟันเด็ก แตกต่างจากผู้ใหญ่ไหม? และควรเริ่มเมื่อไหร่? บทความนี้สรุปข้อมูลทางการแพทย์จากงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในสากล เพื่อเป็นคู่มือในการตัดสินใจ พร้อมรายละเอียดค่าใช้จ่ายและขั้นตอนการรักษาแบบเจาะลึกครับ
จัดฟันเด็กคืออะไร? จำเป็นในทุกรายหรือไม่
การจัดฟันในเด็ก (Early Orthodontic Treatment) ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็น "การรักษาเชิงป้องกัน" มุ่งเน้นแก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างขากรรไกรและการเรียงตัวของฟันในช่วง ชุดฟันผสม (ช่วงที่มีทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้)
วัตถุประสงค์หลัก:
- ป้องกันความรุนแรงของปัญหาในอนาคต (Preventive)
- ปรับทิศทางการเจริญเติบโตของขากรรไกร (Interceptive)
- ลดโอกาสการผ่าตัดขากรรไกรเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
การจัดฟันในเด็กไม่ได้จำเป็นในทุกราย แต่จะมีความผิดปกติของขากรรไกรหรือการสบฟันบางชนิดเท่านั้น ที่คุณหมอจะแนะนำให้จัดฟันตั้งแต่เด็ก
จัดฟันเด็ก กี่ขวบ?
สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งสหรัฐอเมริกา (AAO) แนะนำให้พาเด็กมาตรวจประเมินครั้งแรกที่อายุ 7 ขวบ [1] เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ฟันแท้เริ่มขึ้นมาบ้าง และเด็กมักมีการเจริญเติบโตของขากรรไกรที่มากขึ้นครับ แต่การรักษาจริงจะแบ่งตามช่วงวัยดังนี้:
- 7 ขวบ (The Screening Age): เป็นช่วงที่ฟันกรามแท้ซี่แรกขึ้นและขากรรไกรขยายตัวเร็ว ทันตแพทย์จัดฟันจะประเมินว่า "จำเป็น" ต้องจัดฟันเลยหรือไม่
- 8-9 ขวบ (Golden Period for Structure): เหมาะสำหรับการแก้ไขโครงสร้าง เช่น ขยายเพดานปาก (แก้ฟันสบคร่อม) หรือใส่เครื่องมือแก้คางยื่น (ในรายที่จำเป็น)

9 สัญญาณเตือนที่บอกว่าลูกคุณอาจต้องจัดฟันตั้งแต่เด็ก
⚠️ ข้อควรระวัง: หากพบอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาทันตแพทย์จัดฟันทันที
1. ปัญหาโครงสร้าง/ขากรรไกร
ฟันหน้าล่างคร่อมบน
(Underbite): ขากรรไกรบนโตน้อยกว่าปกติ
|
ฟันสบเปิด
(Open Bite): กัดแล้วมีช่องว่าง จากการดูดนิ้ว
|
ฟันหลังสบคร่อม
(Posterior Crossbite): เพดานปากแคบเกินไป
|
ฟันสบลึก
(Deep Bite): ฟันบนปิดฟันล่างมากเกินไป
|
ฟันยื่น
(Protrusion): เสี่ยงฟันหักเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
|
|
2. ปัญหาแนวฟัน การเรียงตัวของฟัน
ฟันซ้อนเก
(Crowding): ขากรรไกรไม่พอ ฟันขึ้นเบียดกัน
|
ฟันห่าง
(Diastema): มีช่องว่างมากผิดปกติ
|
ฟันสบไขว้
(Crossbite): ฟันบางซี่สบผิดตำแหน่ง
|
|
3. พฤติกรรม/การทำงานของกล้ามเนื้อ
พฤติกรรมเสี่ยง
เช่น การดูดนิ้ว, การหายใจทางปาก
|
|
จัดฟันเด็กมีกี่แบบ?
เครื่องมือจัดฟันสำหรับเด็กแบ่งประเภทตามการใช้งานและวัตถุประสงค์ของการรักษา โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้
เครื่องมือปรับขากรรไกร (Functional Appliances)

- คืออะไร: เครื่องมือพิเศษเพื่อกระตุ้นหรือยับยั้งการเติบโตของกระดูก เช่น Facemask (ดึงขากรรไกรบน) [2], RPE (ขยายเพดานปาก), Twin Blocks กระตุ้นขากรรไกรล่าง [3,4]
- ใช้สำหรับ: เด็กที่มีความผิดปกติของรูปหน้าและขากรรไกร
- ราคา: Facemask 12,000 บาท / RPE 8,000 บาท / Twin Blocks 8,000 บาท
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม:
เพลทจัดฟัน ถอดได้ (Removable Appliances)

- คืออะไร: เพลทพลาสติก (Plate) ลักษณะคล้ายรีเทนเนอร์ มีส่วนประกอบช่วยเคลื่อนฟันบางซี่ได้ ถอดทำความสะอาดได้
- ใช้สำหรับ: เด็ก 7-10 ขวบ ที่มีปัญหาเล็กน้อย เช่น ฟันห่าง หรือขยายขากรรไกร
- ราคา: Active Plate เริ่มต้น 6,000 บาท
จัดฟันใส Invisalign สำหรับเด็ก (Invisalign First)

จัดฟันแบบเหล็ก ติดเฉพาะบางซี่ (Braces)

- คืออะไร: แบร็คเก็ตโลหะติดที่ผิวฟันบางซี่
- เหมาะกับ: การเรียงตัวของฟันที่ต้องการความละเอียดแม่นยำ
- ราคา: เริ่มต้น 15,000 - 20,000 บาท (สำหรับการติดบางซี่/บางช่วง)
ตารางราคา จัดฟันเด็ก (Update ล่าสุด 2026)
ตรวจปรึกษาฟรี!
ถ้าหากตัดสินใจจัดฟัน มีค่าใช้จ่ายครั้งแรก 3,000 บาท (สำหรับการถ่ายภาพ, X-ray, พิมพ์ปาก)
| ประเภทเครื่องมือ |
เหมาะสำหรับ |
ราคา |
เครื่องมือกระตุ้นขากรรไกรล่าง
(Twin Blocks) |
ฟันบนยื่น ขากรรไกรล่างเล็ก |
8,000.-*
อ่านรายละเอียด |
เครื่องมือกระตุ้นขากรรไกรบน
(Facemask + RPE) |
คางยื่น ฟันล่างคร่อมฟันบน |
20,000.-
อ่านรายละเอียด |
| เครื่องมือขยายเพดาน (RPE) |
นอนกรน, ขากรรไกรบนแคบ |
8,000.- |
| เพลทจัดฟัน ถอดได้ |
เรียงฟันเฉพาะจุด ฟันห่าง ปรับตำแหน่งเล็กน้อย |
6,000 - 7,000.-* |
| จัดฟันแบบเหล็ก ติดเฉพาะบางซี่ |
15,000 - 20,000.- |
จัดฟันใส สำหรับเด็ก
(Invisalign First) |
สวยงาม, ใส่สบาย, ทำความสะอาดง่าย |
99,000.-
อ่านรายละเอียด |
* กรณีที่ต้องมีการใส่สกรูขยายขากรรไกร มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 1,000 บาท
- ค่ารักษาอาจมีความแตกต่างกันแต่ละราย ทันตแพทย์จะแจ้งรายละเอียดครบถ้วนก่อนเริ่มการรักษา
- ราคาในตารางเป็นค่าเครื่องมือ/หัตถการหลัก (อาจมีค่าใช้จ่ายติดตามการรักษา/ทำใหม่ในบางกรณี)
- ปกติคุณหมอจะนัดมาติดตามการรักษาทุก 4-8 สัปดาห์ ขึ้นกับชนิดเครื่องมือ
- กรณีเครื่องมือถอดได้ชำรุด/สูญหาย อาจมีค่าใช้จ่ายทำใหม่
- บางเคสต้องใช้มากกว่า 1 เครื่องมือร่วมกัน ราคาจะประเมินรายบุคคล
ทำความเข้าใจ "การจัดฟันแบบ 2 ระยะ" (Two-Phase Treatment)
การจัดฟันเด็กในเคสที่มีความซับซ้อน ทันตแพทย์มักวางแผนการรักษาแบบ 2 ระยะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยั่งยืน โดยมีขั้นตอนดังนี้:
จัดฟันระยะที่ 1: ปูพื้นฐานโครงสร้าง (Phase 1)

ช่วงอายุ: ประมาณ 7-10 ปี (ชุดฟันผสม)
เป้าหมาย: เน้นแก้ไขความผิดปกติของ "กระดูกขากรรไกร" และเตรียมพื้นที่ให้ฟันแท้ขึ้นได้สะดวก
สิ่งที่ต้องรู้: ในระยะนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้ฟันเรียงสวยเป๊ะ 100% แต่เน้นแก้ปัญหาการสบฟันที่รุนแรงก่อน เพื่อลดความยากในการรักษาตอนโต
ระยะพัก (Resting Period)

หลังจากจบ Phase 1 จะเป็นช่วงที่รอให้ฟันแท้ขึ้นจนครบ
เด็กๆ จำเป็นต้อง ใส่รีเทนเนอร์ เพื่อคงสภาพขากรรไกรที่จัดไว้ ไม่ให้เคลื่อนกลับไประหว่างรอฟันแท้
จัดฟันระยะที่ 2: จัดเรียงฟันสวย (Phase 2)

ช่วงอายุ: เมื่อฟันแท้ขึ้นครบแล้ว (ประมาณ 12 ปีขึ้นไป)
เป้าหมาย: เป็นการจัดฟันเต็มรูปแบบ (เหมือนผู้ใหญ่) เพื่อเก็บรายละเอียดให้ฟันเรียงตัวสวยงาม และการสบฟันสมบูรณ์
ค่าใช้จ่าย: ส่วนนี้จะมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก (ประมาณ 40,000 - 60,000 บาท สำหรับแบบโลหะ)
ข้อควรรู้: ไม่ใช่เด็กทุกคนที่ต้องทำครบทั้ง 2 ระยะ หากคุณหมอประเมินแล้วว่าปัญหาไม่รุนแรง อาจแนะนำให้รอทำ Phase 2 ทีเดียวตอนโตได้เลยครับ
ปัจจัยความสำเร็จและความเสี่ยงที่พ่อแม่ต้องเข้าใจ
ผลลัพธ์ของการจัดฟันเด็ก (Early Treatment) จะสำเร็จมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก:
- วินัยของลูกคือกุญแจสำคัญ: ความสำเร็จขึ้นอยู่กับ "ความร่วมมือในการใส่เครื่องมือ" ของเด็กเป็นหลัก หากใส่ไม่ครบเวลาตามที่หมอสั่ง ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
- พันธุกรรม (Genetic Factor): การเจริญเติบโตของขากรรไกรเด็กแต่ละคนถูกกำหนดโดยพันธุกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยธรรมชาติที่ทันตแพทย์ไม่สามารถควบคุมได้ 100%
บทสรุป: ทำไมถึงยังคุ้มค่าที่จะทำ? แม้จะมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ "แต่การเริ่มรักษาเร็ว ก็ยังดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย"เพราะการจัดฟันเด็กจะช่วย ลดความรุนแรง ของปัญหาจากหนักให้เป็นเบา ช่วยให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในช่วงวัยเรียน และทำให้การรักษาต่อในอนาคต (เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่) ง่ายและซับซ้อนน้อยลงกว่าการปล่อยทิ้งไว้แน่นอนครับ [6]
ตัวอย่างเคสจริง (Case Reviews): แก้ไขตั้งแต่เด็ก เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เห็นภาพมากขึ้นว่า "การจัดฟันเด็ก" (Interceptive Orthodontics) ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างไร นี่คือตัวอย่างเคสการรักษาจริงที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครับ
Case 1: แก้ไขคางยื่น ฟันล่างคร่อมฟันบน (Anterior Crossbite)

- ปัญหาที่พบ: เด็กมีภาวะฟันหน้าล่างคร่อมฟันหน้าบน ซึ่งเกิดจากกระดูกขากรรไกรบนเจริญเติบโตน้อยกว่าปกติ ทำให้หน้าดูเว้าและคางยื่น
- แผนการรักษา: ทันตแพทย์เลือกใช้เครื่องมือ Facemask เพื่อกระตุ้นให้ขากรรไกรบนขยายตัวมาด้านหน้า
- ผลลัพธ์: คนไข้ให้ความร่วมมือดีมาก โดยใส่เครื่องมือเฉพาะตอนอยู่บ้านและเวลานอน ใช้เวลาเพียง 8 เดือน ฟันหน้ากลับมาสบกันปกติ โครงหน้าดูสมส่วนขึ้น (หลังจากนี้รอฟันแท้ครบ เพื่อจัดฟัน Phase 2 ต่อไป)
Case 2: แก้ไขฟันเหยิน ลดเสี่ยงฟันหัก (Protrusion)

- ปัญหาที่พบ: ฟันหน้าบนยื่นออกมามาก (ฟันเหยิน) ทำให้ปากอูม และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุฟันหน้าหักหากหกล้มหรือกระแทก
- แผนการรักษา: ใช้เครื่องมือกระตุ้นขากรรไกรล่างที่เรียกว่า Twin Block เพื่อช่วยจัดระเบียบขากรรไกรล่างให้ยื่นออกมารับกับฟันบน
- ผลลัพธ์: ขากรรไกรล่างเจริญเติบโตในตำแหน่งที่เหมาะสม รูปหน้าด้านข้างดีขึ้นอย่างชัดเจน และลดความเสี่ยงฟันกระแทกได้ (รอติดเครื่องมือจัดฟัน Phase 2 เมื่อฟันแท้ขึ้นครบ)
Case 3: แก้ไขเพดานแคบ ฟันสบลึก และ "อาการนอนกรน"

- ปัญหาที่พบ: เคสนี้ได้รับส่งตัวจากกุมารแพทย์ เนื่องจากเด็กมีประวัตินอนกรน ตรวจพบว่า เพดานปากแคบมาก ทำให้โพรงจมูกแคบหายใจไม่สะดวก ร่วมกับมีฟันสบลึก
- แผนการรักษา: เน้นเรื่องสุขภาพเป็นหลัก โดยใช้เครื่องมือขยายเพดานปาก (RPE - Rapid Palatal Expander) เพื่อขยายฐานกระดูก ร่วมกับเครื่องมือ Twin Block
- ผลลัพธ์: หลังขยายเพดาน ทางเดินหายใจโล่งขึ้น อาการนอนกรนของผู้ปกครองรายงานว่าดีขึ้น (ผลลัพธ์แตกต่างกันรายบุคคล และหากสงสัย OSA ควรประเมินร่วมกับกุมารแพทย์/ENT และการตรวจการนอนหลับ)
ผู้ป่วยตัวอย่างจาก ทพ.ปิติภัทร ทั้งสุข (หมอแจม) ท.17030
หมายเหตุ: ผลการรักษาและระยะเวลาในแต่ละเคสมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา, อายุของเด็ก, และที่สำคัญที่สุดคือ "วินัยในการใส่เครื่องมือ" ของน้องๆ ครับ
จัดฟันเด็กที่ไหนดี?
แนะนำเลือกจากคลินิกที่มีคุณหมอเฉพาะทางจัดฟัน เนื่องจากการจัดฟันในเด็กอาศัยความเข้าใจทั้งเรื่องการประเมินการเจริญเติบโต จิตวิทยาเด็ก และชีวกลศาสตร์ทางทันตกรรมจัดฟัน
ผู้ปกครองสามารถตรวจสอบรายชื่อทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟันจากเว็บไซต์สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย ท่านสามารถปรึกษาความเห็นของทันตแพทย์หลายๆที่เพื่อประกอบการตัดสินใจ และเลือกจากแผนการรักษาที่คิดว่าดีที่สุด
ทำไมควรจัดฟันเด็กที่ CDC Dental?
- ทีมแพทย์เฉพาะทาง: เรามีทันตแพทย์จบเฉพาะทางจัดฟัน (Orthodontist) และทันตกรรมเด็ก (Pedodontist) ทำงานร่วมกัน เพื่อความเข้าใจทั้งสรีระและจิตวิทยาเด็ก
- เทคโนโลยี iTero 5D: เราใช้เครื่องสแกนฟันระบบดิจิทัลแทนการพิมพ์ปากด้วยปูน ทำให้เด็กๆ ไม่รู้สึกอึดอัดหรืออยากอาเจียน
- X-ray ดิจิตอล เด็กได้รับรังสีต่ำ เฉพาะกรณีที่จำเป็น
- ความสะดวก: มี 2 สาขาครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ
- สาขาสะพานควาย: ติด BTS สะพานควาย เดินทางง่ายสำหรับเด็กๆ ย่านอารีย์/พหลโยธิน
- สาขาลาดพร้าว 109: ใกล้บางกะปิ มีที่จอดรถสะดวกสบาย
อย่าลืมพาบุตรหลานมาตรวจกับคุณหมอจัดฟัน อย่างน้อยครั้งแรกตอนอายุ 7 ปี
เริ่มต้นตรวจประเมินตั้งแต่วันนี้ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาเบื้องต้น
นัดหมายปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทาง:
- LINE: คลิกแอดไลน์ @BangkokDentist
- Tel (สาขาสะพานควาย): 097-925-2424
- Tel (สาขาลาดพร้าว 109): 097-925-2442

|
|
บทความโดย
ทพ.ปิติภัทร ทั้งสุข
เลขที่ใบประกอบโรคศิลป์: ท.17030
ทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟัน (Orthodontist)
ปริญญาโท สาขาทันตกรรมจัดฟัน มหาวิทยาลัยมหิดล
|
ที่มาของข้อมูล
- American Association of Orthodontists (AAO). "Orthodontic Check-up No Later than Age 7."
- Mandall, Nicky et al. “Early class III protraction facemask treatment reduces the need for orthognathic surgery: a multi-centre, two-arm parallel randomized, controlled trial.” Journal of orthodontics vol. 43,3 (2016): 164-75. doi:10.1080/14653125.2016.1201302
- O'Brien, Kevin et al. “Effectiveness of early orthodontic treatment with the Twin-block appliance: a multicenter, randomized, controlled trial. Part 1: Dental and skeletal effects.” American journal of orthodontics and dentofacial orthopedics : official publication of the American Association of Orthodontists, its constituent societies, and the American Board of Orthodontics vol. 124,3 (2003): 234-43; quiz 339. doi:10.1016/S0889540603003524
- O'Brien, Kevin et al. “Effectiveness of early orthodontic treatment with the Twin-block appliance: a multicenter, randomized, controlled trial. Part 2: Psychosocial effects.” American journal of orthodontics and dentofacial orthopedics : official publication of the American Association of Orthodontists, its constituent societies, and the American Board of Orthodontics vol. 124,5 (2003): 488-94; discussion 494-5. doi:10.1016/S0889540603006425
- Meade, Maurice J, and Tony Weir. “Clinical efficacy of the Invisalign mandibular advancement appliance: A retrospective investigation.” American journal of orthodontics and dentofacial orthopedics : official publication of the American Association of Orthodontists, its constituent societies, and the American Board of Orthodontics vol. 165,5 (2024): 503-512. doi:10.1016/j.ajodo.2023.11.008
- King, Gregory J, and Pongsri Brudvik. “Effectiveness of interceptive orthodontic treatment in reducing malocclusions.” American journal of orthodontics and dentofacial orthopedics : official publication of the American Association of Orthodontists, its constituent societies, and the American Board of Orthodontics vol. 137,1 (2010): 18-25. doi:10.1016/j.ajodo.2008.02.023
บทความโดย
ทพ.ปิติภัทร ทั้งสุข (หมอแจม)
เฉพาะทางทันตกรรมจัดฟัน